Showing posts with label บันเทิง ตันติวิท. Show all posts
Showing posts with label บันเทิง ตันติวิท. Show all posts

การใหญ่ บันเทิง ตันติวิท..ปล้ำแม่เสือ ยึดถ้ำเสือติดปีกพยัคฆ์

บันเทิง ตันติวิท

ฝันไกล..ที่ใกล้จะเป็นความจริงของ 'กลุ่มธนชาต' บันเทิง ตันติวิท คิดการ 'เผด็จศึก' นครหลวงไทย เบียด 'แบงก์กรุงศรีฯ' ขึ้นอันดับ 5 ธนาคารไทย

ไม่เข้าถ้ำเสือ..ใยจะได้แม่เสือและถ้ำเสือ การเดินหมากของ บันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการ บมจ.ทุนธนชาต และประธานกรรมการ ธนาคารธนชาต ไม่ต่างไปจากแผน "ติดปีกพยัคฆ์" สั่นสะเทือนไปทั้งวงการ

เป้าหมายอยู่ที่การเติบโตทางลัด ธนาคารธนชาต ที่มีขนาดสินทรัพย์ 352,063 ล้านบาท หากผนึกรวมสำเร็จกับธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารพาณิชย์อันดับที่ 7 ด้วยขนาดสินทรัพย์ 415,158 ล้านบาท จะเบียดแซงธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่มีสินทรัพย์รวม 729,706 ล้านบาท ก้าวขึ้นมาอยู่อันดับที่ 5 แทนทันที

การเปิดทางให้โนวาสโกเทียแบงก์จากแคนาดาเข้ามาถือหุ้นธนาคารธนชาต 49% และบมจ.ทุนธนชาต ยอมลดสัดส่วนหุ้นเหลือเพียง 50.9% ทำให้บันเทิงกล้าคิดการก้าวกระโดด

หากเดินในเส้นทางปกติโอกาสที่ธนชาตจะแทรกขึ้นมาอยู่ใน "ท็อป 5" แทบมองไม่เห็น แม้การเดินหมากพิชิตขุนครั้งนี้จะสุ่มเสี่ยงต้องแบกน้ำหนักเทคโอเวอร์รุ่น พี่ที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่กว่ามีเอ็นพีแอลเยอะกว่าทั้งไม่ใช่ธนาคารที่มีจุด เด่นในด้านใด ผิดกับธนชาตที่โดดเด่นด้านธุรกิจเช่าซื้อ แต่ดีดลูกคิดแล้วระยะยาว "ยิ่งกว่าคุ้ม"

เมื่อดูโครงสร้างผู้ถือหุ้นธนาคารนครหลวงไทย ณ 4 เมษายน 2552 บันเทิงรุกเข้าไปอย่างดุดัน โดยส่ง บมจ.ทุนธนชาต เข้าถือหุ้น SCIB แล้ว 104.96 ล้านหุ้น สัดส่วน 4.97% บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด บริษัทในกลุ่มถือ 80.65 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.82% บริษัท ไพมาซี อีลิแกนซ์ อินเวสเม้นท์ จำกัด ถือ 13.42 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.64% และพันธมิตร Bank of Nova Scotia (โนวาสโกเทีย) ถือ 102.78 ล้านหุ้น สัดส่วน 4.86%

เท่ากับว่าล่าสุดกลุ่มธนชาตและโนวาสโกเทีย ถือหุ้น SCIB รวมกันแล้ว 302 ล้านหุ้น สัดส่วน 14.29% ใหญ่เป็น "อันดับที่สอง" รองจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่ถือจำนวน 1,005 ล้านหุ้น เงื่อนไขจึงอยู่ที่หุ้นสัดส่วน 47.58% ในพอร์ตกองทุนฟื้นฟูฯ จะ "เซย์โน" หรือ "โอเค" กับเกม "กบกระโดด" ของบันเทิง

หากวิเคราะห์ต้นทุนการซุ่มเก็บหุ้น SCIB ของบันเทิง เขาเลือกจังหวะที่ราคาหุ้นปรับลดลงเพื่อลดต้นทุน นี่คือความเชี่ยวในเกม..ในรายงานของสำนักงานก.ล.ต.ระบุว่า ต้นทุนสูงสุดของกลุ่มธนชาตอยู่ที่ 14.40 บาท และการเร่งเก็บหุ้นในช่วงระดับราคาต่ำกว่า 10 บาทเพิ่มอีกเกือบ 2 เท่าตัว ย่อมทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของกลุ่มธนชาตและโนวาสโกเทียล่าสุดอาจจะต่ำกว่า 10 บาทแล้ว

ความเคลื่อนไหวของหุ้น SCIB นับต่อจากนี้ อาจจะเรียกได้ว่าอยู่ภายใต้การเดินเกมของบันเทิงเกือบจะสิ้นเชิงแล้ว และหากวิเคราะห์ตามหลักความเป็นจริงถ้าบันเทิงต้องการ SCIB มาครอบครองเขาคงไม่ชอบแน่ถ้าราคาหุ้นจะขึ้นสูงมากจนสูญเสียอำนาจการต่อรอง ...ตราบใดที่เกมยังไม่จบในเร็ววันยังมีเวลาให้ลาก(ต่อรอง)กันอีกนาน รายย่อยที่เข้าไปไล่หุ้น SCIB "อย่าย่ามใจ"

"ตอนนี้กลุ่มธนชาตกับสโกเทียแบงก์ถือหุ้น SCIB รวมเกือบ 15% แล้ว เราก็เหมือนแหย่เท้าตัวเองเข้าไปตั้งเยอะแล้วนะ!!" บันเทิง ตันติวิท นายใหญ่กลุ่มธนชาต กล่าวกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek พร้อมทั้งบอกด้วยว่า ถ้ากองทุนฟื้นฟูฯเปิดทางให้เข้าเจรจาซื้อหุ้นธนาคารนครหลวงไทย กลุ่มธนชาตก็พร้อมจะเข้าควบรวมกิจการแน่นอน

ที่ผ่านมา บันเทิง วางแผนการเติบโตของธนาคารธนชาต ไว้ 3 รูปแบบ ทั้งการเติบโตด้วยตัวเอง (Organic Growth) การมีพันธมิตร (โนวาสโกเทีย) และการเติบโตด้วยการควบรวมกิจการ (โตทางลัด) ขณะที่นครหลวงไทยเป็นธนาคารที่มีสาขากว่า 400 แห่งทั่วประเทศ และมีพอร์ตสินเชื่อในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ รวมถึงลูกค้าเอสเอ็มอี ซึ่งที่ผ่านมาสามารถทำกำไร และมีการจ่ายปันผล รวมถึงมีมูลค่าหุ้นทางบัญชีสูงถึง 19.47 บาทต่อหุ้น

ในด้านของธนาคารธนชาต มีพอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อรายย่อย ซึ่งหากนำมารวมกันก็จะทำให้มีสินทรัพย์เพิ่มเป็นอันดับ 5 และมีสาขารวมกัน 600-700 สาขา

บันเทิง บอกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่มธนชาตต้องการจะ “โตทางลัด” ก่อนหน้านี้เคยเจรจาควบรวมกิจการกับธนาคารไทยธนาคาร (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย) ก่อนที่ Newbridge จะเข้ามาเสียอีก พอพลาดเราก็มองหาช่องทางอื่นมาตลอด ที่จริงแบงก์จะเล็กหรือใหญ่ก็อยู่รอดได้ทั้งนั้น แต่ขนาดก็สำคัญเพราะทำให้ต้นทุนต่างๆ ลดลงไปได้เยอะ

ทำไม! ต้องเป็นนครหลวงไทย เขา ให้เหตุผลว่า ราคาหุ้น SCIB ตกลงมามากเมื่อปีที่แล้ว และมองว่าในปี 2552 ผลประกอบการเริ่มดีขึ้น แต่ราคายังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอยู่จึงเพิ่มสัดส่วนการลงทุนมากขึ้นเป็น เพียงการลงทุนตามปกติ แต่ไม่ปฏิเสธว่าการเข้าไปถือหุ้นไว้นอกเหนือจากหวังผลตอบแทนจากการลงทุนปกติ แล้ว ยังมองไปถึงโอกาสการควบรวมกิจการด้วย แต่ถ้ากองทุนฟื้นฟูฯขายหุ้นให้คนอื่น กลุ่มธนชาตก็พร้อมจะถอนหุ้นออกมา

หากมองในเชิงกลยุทธ์เท่ากับว่าเกมนี้กลุ่มธนชาตมีแต่ "ได้กับได้" ไม่มีคำว่า..ขาดทุน ไม่ว่าการควบรวมครั้งนี้จะสำเร็จหรือล้มเหลว...

เงินทุนจะมาจากไหน บันเทิง บอกว่า เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาโนวาสโกเทียและทุนธนชาตจะ “เพิ่มทุน” ให้กับธนาคารธนชาตเพื่อทำคำเสนอซื้อหุ้นธนาคารนครหลวงไทย ที่ผ่านมาทุนธนชาตได้เก็บเงินสดจำนวน 7,000 ล้านบาท จากการขายหุ้นธนาคารธนชาตให้กับสโกเทียแบงก์เพื่อรอคอยเวลา รวมถึงเตรียมเพิ่มทุนอีก 2,000 ล้านบาทในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อของธนาคารธนชาตในปีนี้

"เรื่องเงินเรามีแน่นอน รับรองว่าไม่เป็นเตี้ยอุ้มค่อม อย่าลืมซิว่าเรามีพาร์ทเนอร์(โนวาสโกเทีย)ที่แข็งแกร่งนะ เราวางแผนที่จะเพิ่มทุนทุกปีเพื่อคงเงินกองทุนให้เกิน 12%"

การจะซื้อหุ้นนครหลวงไทย คงต้องรอให้กองทุนฟื้นฟูฯ ประกาศความชัดเจนในการขายหุ้นออกมาก่อน ขณะที่มองว่าการที่ต่างชาติจะเข้ามาซื้อหุ้น SCIB ขณะนี้คงทำได้ยากเพราะติดปัญหาเรื่องเพดานการถือหุ้นของต่างชาติ บันเทิงดีดลูกคิดแล้วรวมทั้งดักเก็บหุ้นปิดทางคู่แข่งไว้แล้ว ธนาคารนครหลวงไทยก็เหมือน "หมูในอวย" แต่จะเป็นเมื่อไร..อาจจะไม่เร็ว

สำหรับกลยุทธ์ในปีนี้ ธนชาตจะหันมามุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ จากเงินกองทุนที่มีอยู่ในตอนนี้สามารถปล่อยเงินกู้ต่อรายในหลัก “พันล้านบาท” ได้สบายแล้ว บันเทิง มองว่า ตลาดนี้ใหญ่พอที่ธนชาตจะเข้าไปแบ่งมาร์เกตแชร์จากธนาคารขนาดใหญ่แต่จะไม่ไป แข่งขันตัดราคาจนไม่มีกำไรคงไม่ทำ

จากนี้ในปีนี้จะเริ่มรุกปล่อยสินเชื่อบุคคลรวมถึงบัตรเครดิตที่จะเปิด ตัวในเร็วๆนี้ โดยเริ่มขยับเข้าไปในกลุ่มลูกค้าเช่าซื้อของธนาคารก่อน รวมถึงมองหาธุรกิจใหม่รองรับสินเชื่อเช่าซื้อที่ปีนี้คาดว่าจะโตน้อยกว่าปี ที่ผ่านมา เช่น ธุรกิจบริหารหนี้เสียและสินเชื่อที่ไม่ทับซ้อนกับธนาคาร

“สินเชื่อเช่าซื้อคงไม่โตพรวดพราดอีกแล้วเพราะฐานเราใหญ่มาก ถึงอย่างไรเราสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่เดือนละ 1,000 ล้านบาทตามปกติได้สบาย มาร์เก็ตแชร์ในตลาดจะยังเป็นเบอร์หนึ่งที่ 24% เหมือนเดิม”

ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิของบมจ.ทุนธนชาต ที่ “ลดลง” ถึง "5 ไตรมาส" ติดต่อกันตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 2551 บันเทิง ยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมาธนาคารต้องลงทุนจำนวนมากเพื่อสร้างแบรนด์ให้ติดตลาด ประกอบกับเศรษฐกิจไม่ค่อยดี จนต้องตั้งสำรองเพิ่มในปีที่แล้ว 1,529 ล้านบาท ถึงอย่างไรก็เชื่อว่าเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวจะเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ธนชา ตเริ่มเติบโตเต็มตัวพอดี และจะให้ผลตอบแทนการลงทุนที่เหมาะสม

“หุ้น TCAP ควรจะมี ROE ประมาณ 10% ก็น่าจะโอเคแล้ว ส่วนเป้าที่เราตั้งไว้ว่าจะมีสินทรัพย์ 5 แสนล้านบาท (กรณีเติบโตด้วยตัวเอง) ถ้าเศรษฐกิจไม่เลวร้ายกว่านี้ก็น่าจะเป็นไปได้”

สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในปี 2552 นี้ อนุวัติร์ เหลืองทวีกุล รองประธานกรรมการบริหาร บมจ.ทุนธนชาต เปิดเผยว่า ปีนี้ ธนาคารธนชาตจะเปิดสาขาใหม่อีก 42 แห่ง รวมเป็น 255 สาขาเมื่อถึงสิ้นปี ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Spread) น่าจะอยู่ระดับเกิน 3% ขึ้นไป (ตอนนี้อยู่ที่ 3.15%) เอ็นพีแอลไม่เกิน 3% ส่วนสินเชื่อรวมน่าจะเติบโตแค่ “เลขตัวเดียว”...

สรุปว่าปีนี้ ผลการดำเนินงานยังไม่มีอะไรที่โดดเด่น


บันเทิง ตันติวิท