| สืบ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการชำระ เงินโดยให้มีการเลือกใช้สื่อการชำระเงินให้เหมาะสมเพื่อการนำไปสู่มาตรฐาน การชำระเงินในระดับสากลต่อไป โดยให้การกำหนดค่าธรรมเนียมการให้บริการสื่อการชำระเงินประเภทต่าง ๆ สะท้อนกับต้นทุนในการให้บริการนั้น ๆ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ทำการศึกษา : สำรวจต้นทุนการให้บริการทางการเงินประเภทต่างๆ ของธนาคารพาณิชย์ และได้ข้อสรุปว่า อัตราค่าธรรมเนียมสื่อการชำระเงินบางประเภทที่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย เรียกเก็บอยู่ในปัจจุบัน ยังคงต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริงในการดำเนินการ ซึ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องแบกรับต้นทุนการให้บริการบางประเภท และหารายได้ทางอื่นมาชดเชยแทน โดยกำหนดค่าธรรมเนียมสื่อบางประเภทอยู่ในราคาสูง ด้วยเหตุดังกล่าว คณะกรรมการระบบการชำระเงิน ซึ่งมีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธาน ได้มอบหมายให้ คณะอนุกรรมการความร่วมมือเพื่อการชำระเงินแห่งชาติ ทำการศึกษารายละเอียด และนำเสนอโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมบริการการชำระเงินขึ้นใหม่ โดยคณะอนุกรรมการความร่วมมือเพื่อการชำระเงินแห่งชาติ มีแนวทางในการดำเนินการ ดังนี้ • อัตราค่าธรรมเนียมใหม่ จะคำนวณโดยอ้างอิงจากผลการศึกษาของสถาบัน TDRI โดยมุ่งเน้นการสะท้อนต้นทุนการดำเนินงาน ปรับฐานราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง และไม่ให้มีการคิดต้นทุนซ้ำซ้อน • อัตราค่าธรรมเนียมใหม่ จะต้องจูงใจผู้บริโภคให้หันมาใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำ และลดความนิยมในการใช้สื่อกระดาษ เช่น เช็ค หรือการใช้บริการผ่านเคาน์เตอร์ ซึ่งมีต้นทุนสูง • อัตราค่าธรรมเนียมใหม่ จะต้องลดช่องว่างของผู้บริโภคระหว่างผู้บริโภคในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยจะกำหนดให้ค่าบริการเป็นอัตราเดียวกันทั่วประเทศ • ผู้บริโภคจะมีทางเลือกที่หลากหลายในการทำธุรกรรมกับธนาคาร ด้วยรูปแบบและอัตราค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม • อัตราค่าธรรมเนียมใหม่นี้ เป็นอัตราค่าธรรมเนียมสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์พึงคิดต่อลูกค้า ซึ่งแต่ละธนาคารสามารถทำการเสนอค่าธรรมเนียมต่อลูกค้าในอัตราที่แตกต่างกัน ตามกลไกทางด้านตลาดได้ จากแนวความคิดดังกล่าว คณะอนุกรรมการความร่วมมือเพื่อการชำระเงินแห่งชาติ จึงได้จัดทำโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมบริการการชำระเงินขึ้นมาใหม่ โดยได้ปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมบริการบางประเภทขึ้น และปรับลดค่าธรรมเนียมบางประเภทลง รวมถึงสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการใช้บริการการชำระเงินให้มากขึ้น โดยรายได้ค่าธรรมเนียมของระบบธนาคารไม่เพิ่มขึ้นจากเดิม ซึ่งจากการพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่จะได้รับประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ รวมถึงได้สนับสนุนแนวนโยบาย การส่งเสริมการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดการใช้เช็คและเงินสด ของธนาคารแห่งประเทศไทยอีกด้วย เนื่องด้วยคณะกรรมการระบบการชำระเงิน ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ ต่อโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมใหม่เรียบร้อยแล้ว สมควรให้ออกประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ดังตารางที่แนบ ทั้งนี้ อัตราค่าธรรมเนียมบริการการชำระเงิน ที่ประกาศนี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม พ . ศ . 2549 เป็นต้นไป ( ยกเว้นการโอนเงินรายย่อย - SMART จะมีผลวันที่ 3 เมษายน พ . ศ . 2549) จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง โดยคณะอนุกรรมการความร่วมมือเพื่อการชำระเงินแห่งชาติ มีกำหนดทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมบริการการชำระเงินให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ และ แนวนโยบายการชำระเงินของประเทศทุกๆ 2 ปี ตารางแสดงรายละเอียดค่าธรรมเนียมบริการการชำระเงิน | เช็คเรียกเก็บต่างจังหวัด | 0.10% ของยอดเงินตามเช็ค ขั้นต่ำ 10.00 บาทต่อฉบับ | | SMART Credit การฝากเงินข้ามธนาคาร | จำนวนเงินต่อรายการ | ค่าธรรมเนียม | | | 12.00 บาท | | มากกว่าหนึ่งแสนบาท แต่ไม่เกินห้าแสนบาท | 40.00 บาท | | มากกว่าห้าแสนบาท แต่ไม่เกินสองล้านบาท | 100.00 บาท | | SMART Debit การถอนเงินข้ามธนาคาร | จำนวนเงินต่อรายการ | ค่าธรรมเนียม | | ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท | 15.00 บาท | | มากกว่าหนึ่งหมื่นบาท แต่ไม่เกินห้าหมื่นบาท | 20.00 บาท | | มากกว่าห้าหมื่นบาทแต่ไม่เกินสองแสนห้าหมื่นบาท | 50.00 บาท | | การโอนเงินข้ามธนาคารผ่านเครื่อง ATM | จำนวนเงินต่อรายการ | ค่าธรรมเนียม | | ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท | 25.00 บาท | | มากกว่าหนึ่งหมื่นบาท แต่ไม่เกินสามหมื่นบาท | 35.00 บาท | |
Post a Comment