ฉลาดใช้บัตรเครดิต(Credit Card)

หากสํารวจกระเป๋าสตางค์ของคนหนุ่มสาว กลุ่ม คนทํางาน จะพบว่าอย่างน้อยต้องมีบัตรเครดิตติดไว้คนละหนึ่งใบ เพราะจากตัวเลขผู้สมัครบัตรเครดิตจากทั้งธนาคาร สถาบันการเงินทั้งไทยและต่างประเทศช่วง 10 ปีหลังมานี้ มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานลูกค้า ที่หลากหลาย

โดย ก่อนหน้านี้บัตรเครดิต หรือ บัตรสินเชื่อ นั้นเกิดขึ้นครั้งแรกเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่จะต้องเดิน ทางไปต่างประเทศ ไม่ต้องพกเงินสดไปจํานวนมาก โดยได้นําเสนอบัตรที่สามารถนําไปขึ้นเงินได้ที่ธนาคารต่าง ๆ


ใน ปัจจุบันวัตถุประสงค์ไม่ต่างจากเดิมมากนัก หากแต่เป็นการสานฝันที่อยู่ไกลให้เร็วขึ้น ทั้งโทรศัพท์ เครื่องปรับอากาศ โทรศัพท์มือถือ สามารถครอบครองได้อย่างใจคิดเพียง รูดปึ้ด รูดปึ้ด เท่านั้น วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดไม่ลับกับการใช้บัตรเครดิตอย่างฉลาดกัน


เริ่มจาก “การขอใช้บัตรเครดิต” ผู้บริโภคควรเลือกประเภทของบัตรเครดิตให้ถูกกับวัตถุประสงค์การใช้อย่างแท้ จริง เนื่องจากบัตรเครดิตแต่ละใบจะมีสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน โดยพิจารณาได้จากอันตรายดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ค่าบริการรายปีและโปรโมชั่นของบัตรแต่ละประเภท
ประการที่สําคัญที่สุด “สัญญาระหว่างผู้บริโภคกับสถาบันการเงิน” ซึ่ง สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เล็งเห็นความเดือดร้อนที่ผู้บริโภคได้รับจากการทําสัญญาใช้บริการบัตรเครดิต จึงได้เสนอให้คณะกรรมการว่าด้วนสัญญาออกประกาศกําหนดให้ธุรกิจบัตรเครดิต เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๓ เป็นต้นไป
นอกจากนี้ สคบ. ขอแนะนําให้ผู้บริโภคอ่านรายละเอียด และเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วนรวมทั้งสอบถามถึงข้อมูลต่าง ๆ ก่อนจะทําสัญญา “ทุกครั้ง” อาทิ


อัตราดอกเบี้ยเป็นอย่างไร
• มีค่าใช้จ่ายในการสมัครหรือไม่
• มีค่าใช้จ่ายรายปีหรือไม่
• มีค่าใช้จ่ายในการจ่ายล่าช้าหรือไม่
• มีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่ารักษาบัญชี หรือ โอนย้ายบัญชีหรือไม่
• ระยะเวลาของการปลดหนี้เป็นเท่าใด
• จะรับทราบข้อมูลของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ด้วยวิธีใดบ้าง เป็นต้น


สิ่ง เหล่านี้เป็นการป้องกันตังเองที่จะไม่ให้ผู้บริโภคเอารัดเอาเปรียบจากการทํา สัญญาบัตรเครดิตกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้ ขอฝากคาถาป้องกันภัยจากบัตรเครดิตที่ควรจําให้ขึ้นใจ คือ คิดทุกครั้งว่า “เรามีความรับผิดชอบและความสามารถในการชําระหนี้ครั้งนี้ให้ตรงเวลาทุกครั้ง หรือไม่” เพราะดอกเบี้ยและค่าปรับนั้นคือพันธะผูกพันระยะยาวที่จะตามมา อย่าหลีกเลี่ยงไม่ได้
0 Responses

Post a Comment